เลเซอร์รักษารอยสิว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่มีปัญหารอยสิว รอยดำ รอยแดง หรือหลุมสิวที่รักษายาก โดยใช้พลังงานแสงเลเซอร์ยิงลงไปที่ผิวหนังชั้นบนหรือชั้นลึกเพื่อกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ซ่อมแซมผิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้รอยสิวดูจางลง ผิวเรียบเนียนขึ้น สีผิวสม่ำเสมอมากขึ้น
เลเซอร์รักษารอยสิว เหมาะกับรอยสิวประเภทไหน?
- รอยดำจากสิว หรือ PIH (Post-Inflammatory Hyperpigmentation) เลเซอร์รักษารอยสิว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหารอยดำจากสิว โดยรอยดำเกิดจากเม็ดสีเมลานินถูกกระตุ้นระหว่างการอักเสบของสิว เมื่อผิวผลิตเม็ดสีมากกว่าปกติจะเกิดจุดดำบริเวณที่เคยเป็นสิว การทำเลเซอร์ เช่น Q-Switched หรือ Pico Laser จะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว และทำลายเม็ดสีใต้ผิวให้ดูจางลงได้ ทำให้ผิวกระจ่างใส จุดดำจางลงเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลไว
- รอยแดงจากสิว หรือ PIE (Post-Inflammatory Erythema) เป็นรอยสิวที่พบได้บ่อย เกิดจากการอักเสบของสิวที่ส่งผลให้เส้นเลือดฝอยขยายตัวแม้สิวจะหายแล้ว แต่รอยยังไม่จางไปในทันที เลเซอร์ที่นิยมเช่น VBeam Laser, Pico Laser สามารถกำจัดความผิดปกติของหลอดเลือดได้ตรงจุด และช่วยลดรอยแดงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผิวดูสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายในไม่กี่ครั้ง
- หลุมสิว เป็นรอยหลุมจากสิวที่เกิดขึ้นเมื่อผิวหนังถูกทำลายจากการอักเสบรุนแรง เช่น สิวหัวช้าง สิวซีสต์ หรือการบีบสิวอย่างรุนแรง ทำให้สูญเสียคอลลาเจนในชั้นผิว การทำการเลเซอร์รักษารอยสิว เช่น Fractional CO2, Microneedle RF จะช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ช่วยสร้างคอลลาเจน และซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหาย ช่วยให้ผิวตื้นขึ้น เรียบเนียนขึ้น
เลเซอร์รักษารอยสิว ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล?
เลเซอร์รักษารอยสิว โดยทั่วไปแล้วควรทำต่อเนื่องอย่างน้อย 3 – 5 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกันประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับชนิดของเลเซอร์ และสภาพผิวของแต่ละบุคคล เพราะแต่ละคนอาจมีปัญหาผิวที่ไม่เหมือนกัน หากเป็นรอยลึกหรือหลุมสิวมากอาจต้องใช้เวลารักษานานขึ้น ผลลัพธ์จะค่อย ๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงหลังการทำเลเซอร์ในแต่ละครั้ง
สำหรับใครที่มีปัญหารอยสิว หลุมสิว การเลเซอร์รักษารอยสิวถือเป็นทางเลือกที่ดี เพราะช่วยแก้ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุดจากภายในสู่ภายนอก และช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนขึ้นได้ เป็นปัญหาผิวที่สามารถรักษาได้ ไม่ต้องทนอีกต่อไป หากใครสนใจสามารถเข้าไปปรึกษาแพทย์ก่อนได้ เพื่อให้แพทย์ประเมินสภาพผิว เลือกวิธีการรักษาที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน และเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นควรทำต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ และดูแลผิวหลังเลเซอร์อย่างถูกวิธี หลีกเลี่ยงแสงแดด ควรทาผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดที่มี SPF50+